ตรุษจีนในประเทศไทย

วันตรุษจีนปีนี้ตรงกับ วันอังคาร ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นเทศกาลสำคัญของคนจีน เพราะถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน แต่วันตรุษจีน ที่ทั้งชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน ปฏิบัติตามธรรมเนียมมาแต่ช้านานจะมีด้วยกัน 3 วัน คือ

(1) วันจ่าย ปีนี้วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2565 เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีน จะหาซื้ออาหารคาวหวาน, ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ มาเตรียมไว้ให้พร้อมก่อนไหว้

(2) วันไหว้ หรือ วันสิ้นปี คือ วันจันทร์ที่ 31 มกราคม 2565 เป็นวันที่จะทำการไหว้เทพเจ้าต่างๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ที่ซื้อเตรียมไว้ก่อนหน้านี้

(3) วันเที่ยว หรือ วันขึ้นปีใหม่จีน ตรงกับวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นวันที่ทุกคนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม ออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงเดินทางไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล แต่สิ่งที่คนไทยเชื้อสายจีน และคนจีนทั่วโลก ให้ความสำคัญมาก คือ การ "ไหว้เจ้า" ในวันไหว้ โดยจะมีการแบ่งช่วงเวลาไหว้เจ้า เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต เพิ่มความเฮงตลอดทั้งปี แบ่งเป็นช่วงเวลาดังนี้

1. ช่วงเช้า : ไหว้เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้าน ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 31 มกราคม 2565 เวลาประมาณ 06.00-07.00 น. เป็นช่วงเวลาที่จะต้องไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเทพเทวดาผู้คุ้มครองบ้านเรือน ที่มาปกปักดูแลให้เจ้าบ้านอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข

ของไหว้ : เนื้อสัตว์ต้มสุก 3 อย่าง (ซาแซ) หรือ 5 อย่าง (โหงวแซ) เช่น ไก่ เป็ด หมู ฯลฯ ผลไม้มงคล 5-7 อย่าง เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง ใช้ธูปในการไหว้ 5 ดอก หลังจากไหว้เสร็จ รอสักครู่ จากนั้นให้เผากระดาษเงินกระดาษทองตามประเพณี (แต่เพื่อป้องกันฝุ่นพิษ PM2.5 จึงควรงดเผาหรือเผาเล็กน้อยพอเป็นพิธี)

*เคล็ดลับจัดของไหว้ประหยัดงบ*

ไม่ว่าจะไหว้เทพเจ้า ไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษ ของไหว้ต่างๆ ให้หาซื้อเท่าที่เราทำไหว (วันจ่าย 30 มกราคม 2565) และอาจจะลดขนาดหรือจำนวนลง จัดโต๊ะไหว้เล็กๆ พอเป็นพิธีตามธรรมเนียมปฏิบัติก็พอ เช่น จากเดิมเคยให้หัวหมู เป็ดทั้งตัว ไก่ตั้งตัว ก็สามารถลดทอนลงมาเหลือหมูหนึ่งชิ้น เป็ดครึ่งตัว ไก่ครึ่งตัว หรือหากแต่เดิมเคยไหว้ของคาว 5 อย่าง ผลไม้ 5 อย่าง ก็ลดเหลือประเภทละ 3 อย่าง เป็นต้น ส่วนการจุดธูปเทียนขณะไหว้ เพื่อเป็นการประหยัดงบและลดฝุ่นพิษ PM2.5 แนะนำให้เจ้าบ้านจุดเพียงชุดเดียวก็เพียงพอ ไม่ต้องจุดธูปเทียนครบทุกคน

2. ช่วงสาย : ไหว้บรรพบุรุษ ต่อมาในช่วงสายๆ เวลาประมาณ 10.00 น. - 11.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม 2565 จะเป็นการตั้งโต๊ะไหว้บรรพบุรุษ ครั้งใหญ่ประจำช่วงต้นปี (ในเทศกาลปีใหม่จีน) เพื่อระลึกถึงญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีตามคติความเชื่อ

ของไหว้ : เนื้อสัตว์ต้มสุก 3-5 อย่าง เหมือนการไหว้ช่วงเช้า และให้เพิ่มอาหารอื่นๆ ที่บรรพบุรุษชอบหรืออาหารที่มีความหมายมงคล เช่น อาหารจานเส้น อาหารจานปลา เมนูซุปใสหรือแกงจืด ขนมจันอับ ถ้วยฟู ขนมเข่ง ขนมเทียน ฯลฯ ผลไม้มงคล และกระดาษเงินกระดาษทอง ใช้ธูปในการไหว้ 3 ดอก

ข้อควรระวัง : คนจีนไม่นำเต้าหู้ขาวมาไหว้วันตรุษจีน เนื่องจากสีขาวสำหรับชาวจีนเป็นสีแห่งความโศกเศร้า หลังไหว้เสร็จ ให้รอจนธูปหมด จากนั้นให้นำของไหว้มารับประทานร่วมกันและแจกจ่ายแบ่งปันเพื่อนบ้าน

3. ช่วงบ่าย : ทำทานสัมภเวสี ต่อมาในช่วงบ่ายแก่ๆ เวลาประมาณ 14.00 น. - 16.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม 2565 จะเป็นการไหว้ให้ทานแก่ผีไม่มีญาติหรือสัมภเวสี โดยชาวจีนส่วนใหญ่มักมีอาชีพค้าขายและเชื่อกันว่าการให้ทานผีเหล่านี้จะช่วยให้ค้าขายราบรื่นดี พอไหว้เสร็จ รอสักครู่ จากนั้นให้จุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปให้หมด และเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับตรุษจีน

ของไหว้ : อาหารต่างๆ ที่เหลือจากการไหว้รอบเช้าและรอบสาย ข้าวสวย ขนมต่างๆ และกระดาษเงินกระดาษทอง ใช้ธูปในการไหว้เพียง 1 ดอกเท่านั้น

4. ช่วงดึก : ไหว้ "ไฉ่ซิงเอี้ย" เทพแห่งโชคลาภ สำหรับใครที่อยากไหว้เสริมดวงและเพิ่มโชคลาภ ต้อนรับความเฮงในวันตรุษจีน 2565 ก็แนะนำให้ไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เป็นการไหว้ครั้งที่ 4 เพิ่มเข้ามา โดยฤกษ์ในการไหว้คือช่วงกลางดึกของคืนวันสิ้นปี ก่อนจะย่างเข้าวัน "ตรุษจีน" นั่นคือ ช่วงเวลา 23.00 น. - 01.00 น. ของคืนวันที่ 31 มกราคม 2565 เช้ามาก็จะเป็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565

ของไหว้ : องค์เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยจำลอง หรือจะเป็นป้ายอักษรพระนามว่า ไฉ่ซิงเอี้ยก็ได้, เทียนแดง 1 คู่ , ธูป 3 ดอก หรือ 5 ดอก หรือ 12 ดอกก็ได้, ขนมอี้(สาคูแดง) ผลไม้มงคล 5 อย่าง , อาหารเจ ข้าวสวย น้ำชา ให้จัดอย่างละ 5 ถ้วยเล็กๆ เตรียมกระดาษเงินกระดาษทอง หงิ่งเตี๋ย 12 แผ่น แทน 12 เดือน รวมถึงมีค้อซีที่อาจจะพับเป็นโคม หรือดอกบัว มีถังเงินถังทอง กิมหงิ่งเต้า เพื่อความเป็นมงคล เมื่อไหว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ดับเทียน โดยนำเทียนแดงไปเก็บไว้ในตู้เซฟ หรือวางไว้ที่หิ้งพระเพื่อความเป็นมงคล

5. ไหว้แก้ชง ฝากดวงชะตากับ "ไท้ส่วยเอี้ย" นอกจากนี้ ในวันตรุษจีน หรือ วันขึ้นปีใหม่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ตามความเชื่อของชาวจีนยังนิยมไปไหว้ฝากดวงชะตากับเทพเจ้า "ไท้ส่วยเอี้ย" ด้วย หรือที่คุ้นเคยกันว่าการไหว้แก้ชง เพื่อให้ชีวิตราบรื่น แคล้วคลาด และปลอดภัยตลอดปี โดยจะนิยมไหว้ในวันตรุษจีนหรือหลังจากผ่านตรุษจีนไปเล็กน้อยก็ได้

ของไหว้ : มักจะไปไหว้ที่ศาลเจ้าหรือวัดจีนที่มีองค์ไท้ส่วยเอี้ยประดิษฐานอยู่ โดย "ของไหว้" สามารถทำบุญด้วยการซื้อชุดไหว้ที่ทางวัดจัดไว้ให้ หรือจะซื้อของไหว้มาจัดชุดเองก็ได้ ได้แก่ กระดาษเงินกระดาษทอง เทียบแดง ส้ม อาหารเจแห้ง ธูป เทียน เป็นต้น โดยวัดแต่ละแห่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือบอกวิธีการไหว้ในแต่จุด

Happy-chinese-2021-www-5

ข้อมูลอ้างอิงจาก "bangkokbiznews" : 24 ม.ค. 2565 เวลา 15:25 น.

bangkokbiznews.com

ไอคอนข้อความท้าย-ขนาดใหญ่